บังหมัด รับสารภาพเป็นคนลงมือข่มขืน และฆ่าน้องนิหน่าจริง!

ประชาชนเรียกร้องให้ประหาร ‘บังหมัด’ คนร้ายคดีฆ่าข่มขืนน้องนิหน่า

ถือเป็นอีกคดีสะเทือนขวัญที่เต็มไปด้วยคำด่าจากผู้คนมากมาย โดยได้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์พร้อมทั้งเรียกร้องให้ต้องโทษประหาร ‘ไอ้บังหมัด กงหรา’ ที่ลงมือฆ่าข่มขืนพร้อมชิงทรัพย์น้องนิหน่าอย่างทารุณ

โดยก่อนหน้านี้ได้เกิดคดีที่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับน้องนิหน่า อายุ 15 ปี โดยในเหตุการณ์มีมอเตอร์ไซต์ทับร่างไร้วิญญาณของน้องนิหน่าอยู่ที่บริเวณร่องน้ำกลางถนนสายเอเชีย ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ผู้คนต่างคิดว่าเป็นเหตุการณ์รถเฉี่ยวชนธรรมดา แต่พ่อของน้องนิหน่าเกิดข้อสงสัยว่าทำไมที่บริเวณคอของน้องถึงมีรอยช้ำ

บังหมัด รับสารภาพเป็นคนลงมือข่มขืน และฆ่าน้องนิหน่าจริง!
บังหมัด รับสารภาพเป็นคนลงมือข่มขืน และฆ่าน้องนิหน่าจริง!

ต่อมาคดีนี้กลับไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา แต่มันพลิกกลายเป็นคดีฆ่าข่มขืน ชิงทรัพย์ โดยตำรวจได้ทำการปิดคดีได้ภายใน 26 ชั่วโมง จากกล้องวงจรปิดที่มัดตัวคนร้าย นำไปสู่การจับกุม นายประถม เอียดขาว อายุ 49 ปี อีกทั้งที่บริเวณใกล้เคียงยังพบกับรองเท้าแตะสีน้ำเงินที่เป็นของคนร้ายตามที่เห็นในกล้องวงจรปิด

คนร้ายจำต้องรับสารภาพเพราะหลักฐาน DNA ที่ซอกเล็บของน้องนิหน่าตรงกันกับคนร้ายทั้งหมด โดยเหตุการณ์นี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้เป็นพ่อ ซึ่งพ่อขอทวงคืนความยุติธรรมให้กับลูกสาว เพราะการแต่งกายของน้องไม่ได้ส่อที่จะก่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศแต่อย่างใด

สรุปเหตุการณ์คดีสุดสะเทือนใจ

ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 คนร้ายได้เข้าไปเติมน้ำมันปั๊มเดียวกับน้องนิหน่า ขณะที่คนร้ายขับรถออกจากปั๊มมีการขับแบบช้าผิดปกติ อีกทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ ๆ ยังไม่เห็นคนรถของคนร้ายทั้ง ๆ ที่ควรจะถึงทางเข้านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ภายใน 2 นาที นอกจากนี้ยังไม่เห็นรถของน้องนิหน่าด้วย

บังหมัด รับสารภาพเป็นคนลงมือข่มขืน และฆ่าน้องนิหน่าจริง!
บังหมัด รับสารภาพเป็นคนลงมือข่มขืน และฆ่าน้องนิหน่าจริง!

ซึ่งเมื่อออกจากปั๊มไปบังหมัดได้ขับรถไปจอดรอห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนจะขับรถพุ่งเข้าชนจักรยานยนต์ของน้องนิหน่ากระเด็นตกไปที่คูน้ำกลางถนน บังหมัดอ้างเพราะฤทธิ์ความเมาจึงลงจากรถแล้วพุ่งไปต่อยหน้าท้องของน้องนิหน่า 3 ครั้ง ก่อนจะลงมือข่มขืน พร้อมทั้งกระชากกระเป๋าสะพายที่มีเงินสดจำนวน 1,300 บาทติดมือไป ก่อนจะใช้เหล็กขันเปลี่ยนล้อรถฟาดไปที่ใบหน้าของน้องอย่างอำมหิต จนท้ายที่สุดน้องนิหน่าเสียชีวิตลงทันที และบังหมัดก็นำจักรยานยนต์ของน้องมาทับศพเพื่อหวังอำพรางคดี ก่อนที่ชาวบ้านจะมาพบศพของน้องในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

ที่สำคัญก่อนหน้านี้บังหมัดเคยต้องคดีพรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี เพื่อการอนาจาร เมื่อปี 2545 ถูกจำคุก 1 ปี โทษให้รอลงอาญา 2 ปี ปรับเงิน 5,000 บาท และผ่านไปนาน 19 ปี บังหมัดก็ยังไม่เคยสำนึกผิดในสิ่งที่ทำ จนนำมาสู่เหตุการณ์สุดสลด ประชาชนต่างลงความเห็นเกี่ยวเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าควรประหารชีวิตคนร้าย หรือจำคุกตลอดชีวิตเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แย่ ๆ แบบนี้ เกิดขึ้นแบบซ้ำซาก

สุดท้ายนี้ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของน้องนิหน่าด้วยนะคะ

ข้อมูล : ไทยรัฐ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *