ทนายเร่งหาหลักทรัพย์ 1.3 ล้าน ประกันตัวกระเหรี่ยงบางกลอย 22 คน

ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย ถูกจับ 22 คน รอประกันตัววันจันทร์หน้า!

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 ที่ผ่านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วยเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องเคลื่อนย้ายชาวกระเหรี่ยงบางกลอยจำนวน 85 คน ที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านใจแผ่นดิน (ที่ดินบรรพบุรุษชาวกะเหรี่ยง) ให้มาอยู่ในพื้นที่ที่อุทยานฯ จัดให้

โดยในปฏิบัติการดังกล่าวได้มีการออกหมายจับชาวบ้านทั้งสิ้น 30 คน โดยถูกจับกุมรวม 22 คน ในข้อหาบุกรุกป่าแก่งกระจานด้วยการแผ้วถางทำไร่จำนวน 30 แปลง มีเนื้อที่รวมกว่า 157 ไร่ ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ ปี 2562 และได้นำไปฝากขังที่เรือนจำกลาง จังหวัดเพชรบุรี

วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความของชาวบ้าน จากสมาคมนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้กล่าวว่า ภายในวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 นี้ ทนายความเตรียมนำหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวชาวบ้านทั้งหมดรวม 1,320,000 บาท ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักทรัพย์

ทนายเร่งหาหลักทรัพย์ 1.3 ล้าน ประกันตัวกระเหรี่ยงบางกลอย 22 คน
ทนายเร่งหาหลักทรัพย์ 1.3 ล้าน ประกันตัวกระเหรี่ยงบางกลอย 22 คน

ล่าสุดวันนี้ 6 มีนาคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก สมาคมนักกฎหมายสิทธิชน ได้ขอความร่วมมือจาก “นักวิชาการ/อาจารย์” โดยด่วน และไม่จำกัดจำนวน เพื่อใช้ตำแหน่งในการประกันตัวชาวกะเหรี่ยงบางกลอยทั้งหมด ในวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น. ณ ศาลจังหวัดเพชรบุรี

โดยชาวบ้านที่เหลือ 55 คนซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กนั้น มีชาวบ้านที่เป็นผู้ใหญ่อย่างน้อย 27 คนถูกดำเนินคดีตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 เข้าไปในเขตอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ปรับเงินคนละ 500 บาทแล้วปล่อยตัวกลับไปอยู่ที่ที่อุทยานฯ จัดให้ ส่วนเด็กและเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเจ้าหน้าที่ปล่อยตัว

หนึ่งในชาวบ้านได้กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่อุทยานจะอ้างว่าชาวบ้านบุกรุกป่าอุทยาน แต่ในมุมของชาวบ้าน ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนที่รัฐจะประกาศเขตอุทยานฯ

ทนายเร่งหาหลักทรัพย์ 1.3 ล้าน ประกันตัวกระเหรี่ยงบางกลอย 22 คน
ทนายเร่งหาหลักทรัพย์ 1.3 ล้าน ประกันตัวกระเหรี่ยงบางกลอย 22 คน

“หากสู้คดีในศาล คงนำประเด็นเรื่องชาวบ้านอยู่มาก่อนประกาศเขตอุทยานฯ ต่อสู้ รวมถึงสิทธิชนเผ่า ชาติพันธุ์ในที่ดินดั้งเดิมแก้ต่าง เพราะชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่บังคับให้อพยพลงมาตั้งแต่ปี 2539 ไล่มาปี 2554 และปีล่าสุด 2564 แล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูแล เยียวยา จัดหาที่ดินที่เหมาะสมและมั่งคงให้กับชาวบ้าน”

อีกทั้ง ชาวบ้านบางกลอยไม่ได้รับการพิสูจน์สิทธิในที่ดินจากรภาครัฐเหมือนกับชาวกระเหรี่ยง และชนเผ่าอื่น ๆ ซึ่งในบางพื้นที่ชาวบ้านได้สิทธิอาศัย และทำกินในเขตสัตว์ป่า หากรัฐตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นผู้ยากจน ไร้ที่ดิน

“มติ ครม. ทั้ง 2 ครั้งระบุไว้ชัดว่าให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยเข้ารับการพิสูจน์สิทธิในที่ดินดั้งเดิม แต่เจ้าหน้าที่ไม่ทำ อีกทั้งยังอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ ตรงนี้ทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิในการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิตามกฎหมาย” ชาวบ้านกล่าว

ทนายเร่งหาหลักทรัพย์ 1.3 ล้าน ประกันตัวกระเหรี่ยงบางกลอย 22 คน
ทนายเร่งหาหลักทรัพย์ 1.3 ล้าน ประกันตัวกระเหรี่ยงบางกลอย 22 คน

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ชาวกระเหรี่ยงบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่อาศัยและทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจัดไว้ให้ ตัดสินใจต้องอพยพกลับถิ่นฐานเดิม (พื้นที่ของอุทยาน) เพราะชาวบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมในที่ที่อุทยานจัดเตรียมไว้ให้เพราะสภาวะแห้งแล้ง และทำให้ขาดรายได้ ไร้อาชีพอย่างที่ควรจะเป็น

หากนักวิชาการหรืออาจารย์ท่านใดประสงค์จะให้ความช่วยเหลือ สามารถติดต่อวราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความ ได้ที่เบอร์ 092-472-5511

ข้อมูล : Sanook

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *